top of page

รู้จัก Umbrella Branding ยุทธวิธีสร้างแบรนด์แบบใต้ร่ม


Umbrella Branding ยุทธวิธีสร้างแบรนด์แบบใต้ร่ม ข้อดี ข้อเสีย

เพราะแบรนด์คือสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด ดังนั้นในหลายๆ ครั้งเราจะเห็นหลากหลายแบรนด์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่บางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่อาจจะขายดีอยู่ แล้วอะไรคือสาเหตุที่แบรนด์ที่ต้องทำแบบนี้ เหตุผลที่ซ่อนอยู่นั้นคือ เพราะผู้บริโภคนั้นมักยึดติดกับแบรนด์ และยิ่งมีประสิทธิภาพหากแบรนด์มีสินค้าที่มีคุณภาพ เคยสร้างความประทับใจในอดีต ดังนั้นไม่ว่าในอนาคตแบรนด์เหล่านี้จะออกผลิตภัณฑ์อะไรออกมา ผู้บริโภคนั้นก็ไม่มีความลังเลที่จะซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งลักษณะนี้จะมีชื่อเรียกว่า


Umbrella Branding

(หรือบางที่อาจจะเรียกว่า Family Branding)


ข้อดีของ Umbrella Branding

ข้อดีของการทำ Umbrella Branding นั้นก็คือสามารถช่วยประหยัดงบ รวมไปถึงทรัพยากรในการประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปในตัวได้อีกด้วย โดยการอาศัยกลุ่มฐานผู้บริโภคเดิมที่รู้จักและอาจจะชื่นชอบในแบรนด์ หากเทียบกับการสร้างแบรนด์ใหม่ในเครือขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก ไปจนถึงการทดลองออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาลองและขยายตลาดโดยได้แรงหนุนจากชื่อแบรนด์ หากผลิตภัณฑ์นั้นดีก็สามารถที่จะกลายเป็นแหล่งหารายได้ใหม่ได้ทันที วิธีนี้จึงถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

A rose by any other name would smell as sweet

- โรมิโอกับจูเลียต แต่งโดยวิลเลียม เช็คเปียร์ -


ข้อเสียของ Umbrella Branding

แม้จะฟังดูค่อนข้างมีข้อดี แต่เหรียญมักมีสองด้านเสมอ เพราะหากผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งเกิดสร้างชื่อเสียให้กับแบรนด์ภายใต้ Umbrella Branding ก็จะกระทบต่อภาพรวมของแบรนด์ทั้งหมดภายใต้ร่มนั้น ดั่งคำกล่าวที่ว่า

ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง

นอกจากนี้ไม่ใช่ว่าการทำ Umbrella Branding จะเป็นแค่การออกผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ เพราะหากผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่มานั้นค่อนข้างจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมก็อาจจะเกิดคำถามถึงแนวทางและจุดยืนของแบรนด์ได้ ไปจนถึงความคาดหวังสูงจากผู้บริโภคที่เชื่อมั่นในแบรนด์ต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อีกด้วย


กลยุทธ์ในการสร้าง Umbrella Branding

ผ่าน 5 ขั้นตอน ได้แก่

  1. วางแผน

  2. เข้าใจลูกค้า

  3. เข้าใจผลิตภัณฑ์หลัก

  4. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแรง

  5. มีความชัดเจนด้าน Brand Personality


4 ตัวอย่าง Umbrella Branding

Apple เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจน เพราะแม้ในอดีต Apple จะมุ่งเน้นในการทำคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์ แต่ปัจจุบันภายใต้ Umbrella Branding ของ Apple นั้นก็เพิ่มสินค้าในหมวดหมู่ใหม่ที่แทบจะอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทั้ง

  • iPhone

  • iPad

  • AirPods

  • Apple Watch

  • Pro Vision

  • AirTag

หรืออีกหนึ่งตัวอย่างจาก Procter & Gamble ที่ขยายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ออกไปอย่างกว้างขว้าง อาทิ

  • Head & Shoulders

  • Pantene

  • Lenor

  • Ariel

  • Gillette

  • Tide

  • Herbal Essences

  • Tampax

ที่แม้บางผลิตภัณฑ์อาจจะหาจุดเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถขายได้ดีเพราะความเชื่อมั่นในแบรนด์นี้ของเหล่าผู้บริโภค


Unilever

ที่อาจจะขึ้นชื่อได้ว่า มีแบรนด์ที่อยู่ใต้ร่มที่มีความหลากหลายและอาจจะดูแทบไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ทุกแบรนด์นั้นมีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงทำให้ Unilever สามารถอยู่มาได้ถึง 90 ปีและยังคงขยายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ออกไปได้เรื่อยๆ อาทิเช่น

  • Dove

  • Axe

  • Breyers

  • Lipton

  • Magnum

  • Breeze

  • Knorr

  • OMO

  • Sunsilk

  • Vaseline

  • Wall's

  • Comfort

  • Fluocaril

  • Pond's

  • Rexona

Starbucks Corporation

ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ขายกาแฟ แต่ยังสามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปด้วยอีกทาง

  • Starbucks Coffee

  • Starbucks Tea

  • Starbucks Drink-ware (แก้ว, เหยือก, กระติก)

  • Starbucks Equipment (เครื่องชงกาแฟ)

  • Starbucks Syrups and Toppings

หลังจากที่ได้รู้จัก Umbrella Branding พร้อมทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้ว เมื่อถึงเวลาที่แบรนด์ต้องมีแผนในการจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่อาจจะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ภายใต้แบรนด์เดิมหรือออกแบรนด์แยกไปเลย แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือต้องตอบให้ได้ว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Brand Value อย่างไรบ้าง การสร้างแบรนด์และสื่อสารออกไปให้ผู้บริโภคเข้าใจจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ


รู้จักวิธีการหา Brand Value และเข้าใจ Brand Proposition ผ่านการเรียน Mini MBA – Branding & Communication Management (หลักสูตรการบริหารและสื่อสารแบรนด์)



1 Comment

Rated 0 out of 5 stars.
No ratings yet

Add a rating
Guest
May 24

tỷ lệ kèo nhà cái mình thấy nhắc hoài nên tối qua rảnh vào xem thử cho biết. Mình không rành kiểu phân tích kèo đâu, chủ yếu coi trang có dễ lướt không với thông tin có rõ ràng không thôi. Cảm giác đầu tiên là bố cục nhìn khá thoáng, các bảng tỷ lệ xếp theo dạng cột nên liếc phát là nắm được, không bị chữ chồng chữ. Mình thích nhất là họ có chỗ “bài mới đăng” tách riêng, nên vừa xem kèo vừa lướt tin cũng tiện, khỏi phải tìm vòng vòng. Kéo xuống xem vài giải thì thấy cập nhật cũng nhanh, đổi qua lại vẫn mượt. Nói chung phần bảng tỷ lệ hiển…

Like
bottom of page