top of page

Taylor Swift Iconic Brand แห่งยุคและการสร้าง Eras Tour Concert ประวัติศาสตร์เงินสะพัดทั้งโลก

Updated: Jul 24, 2023



การเดินทางของ Eras Tour กับการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของ Taylor Swift ที่ไม่ว่าเธอจะไปเปิดทัวร์คอนเสิร์ตที่ไหน เงินก็สะพัดเข้าประเทศนั้นอย่างมหาศาล อย่างเช่นประเทศออสเตรเลีย Taylor Swift สร้างเงินจากทัวร์ครั้งนี้ของเธอได้ถึง 35 ล้านเหรียญออสเตรเลีย ซึ่งไม่เพียงแค่ออสเตรเลีย เท่านั้นที่สร้างเงินมหาศาลได้ขนาดนี้ แต่รวมถึงทัวร์ของสหรัฐอเมริกา ทำรายได้มากกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐจาก 52 วันที่ในอเมริกาเหนือ และนี้เป็นตัวเลขเพียงแค่ 2 ประเทศเท่านั้น



นักร้องที่ขึ้นแท่นมหาเศรษฐี The Wall Street Journal

จาก Forbes ซึ่งประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Taylor Swift ไว้ที่ 570 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 และถ้ารวมกับทัวร์สหรัฐน่าจะเพิ่มมูลค่าสุทธิของเธอเป็น 780 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่น ๆ และหากการประมาณการของ Forbes ถูกต้อง จะทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐี The Wall Street Journal คาดการณ์ว่าทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกครั้งนี้อาจทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำลายสถิติของ Elton John


ยินดีต้อนรับสู่ “โลกเศรษฐกิจของ Taylor Swift จากการทัวร์แต่ละครั้ง”

ในการทัวร์ของ Taylor Swift แต่ละครั้งไม่เพียงแค่ทำให้เธอมีรายได้มากขึ้นแต่รวมไปถึงพื้นที่จัดแสดงทัวร์ โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Taylor Swift การขนส่ง Shopping ก็สามารถสร้างรายได้จากทัวร์ของเธอได้เช่นกัน อย่างเช่น ในพิตต์สเบิร์ก ที่ห้องพักโรงแรมประมาณ 24,000 ห้องถูกจองในราคา "พรีเมียม" โดย Swifties จองไว้สำหรับการเดินทางมาดูทัวร์ในครั้งนี้


ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Paul Hutton รองประธานและหัวหน้าประจำภูมิภาคของ Hilton Hotel บอกกับ News Ltd ว่าปริมาณการจองห้องพักสำหรับ Hilton Sydney และ Hilton Melbourne เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,129 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9,400 ตามลำดับ


ถ้า Taylor Swift เป็นแหล่งเศรษฐกิจอันใหม่ เธอจะสามารถสร้างรายได้มากกว่า 50 ประเทศ และถ้าเธอเป็นบริษัทคะแนน Net Promoter Score (NPS) ของเธอจะทำให้เธอเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุดเป็นอันดับสี่

Net Promoter Score (NPS) คือ

เครื่องมือที่ใช้วัดความพึงพอใจและผูกพันของลูกค้าต่อองค์กร โดยจะถูกนำเสนออยู่ในรูปแบบคำถามในการสำรวจแบบง่าย และคำตอบจากลูกค้าจะถูกคำนวณเพื่อนำมาประมวลผลเป็นค่า NPS โดยค่า NPS สามารถชี้วัดข้อมูลเกี่ยวกับความภักดีของลูกค้าได้ (Customer Loyalty) จากข้อคำถามเกี่ยวกับ ความเต็มใจของลูกค้าที่จะแนะนำสินค้าบริการขององค์กรให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก ทั้งนี้เครื่องมือ NPS ในปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยองค์กรทั่วโลก โดยค่า NPS จะสามารถทำให้องค์กรรับรู้ระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรเมื่อเทียบกับคู่แข่ง หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยได้มีการนำเครื่องมือ NPS มาใช้เพื่อการปรับปรุงสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น ในส่วนของวิธีการได้มาซึ่งข้อมูล ส่วนใหญ่องค์กรจะส่งคำถามเกี่ยวกับ NPS ให้ลูกค้าทาง Email หรือ ใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เป็นต้น


เรียนรู้อะไรจาก Brand Taylor Swift

ถ้าเรามอง Taylor Swift เป็น Brand หนึ่ง Brand เราจะเห็นได้ว่า Taylor Swift นั้นมีองค์ประกอบของ Brand ที่มี ลักษณะของ Brand ที่จะประสบความสำเร็จครบถ้วน ซึ่งได้มีการส่งผ่านทุกมิติของตัวตนของเธอสู่ เพลงของเธอ และสู่แฟนเพลงได้อย่างสมบูรณ์


เรียนรู้ Brand Characteristics:

ถ้าเรานึกถึง Taylor Swift เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึง ภาพของ ผู้หญิงคนนึงที่ชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อน เป็นคนอบอุ่น อ่อนโยน และมีความละเอียดอ่อน ที่แสดงความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้นออกมาอย่างซื่อตรงผ่านบทเพลงของเธอ เราจะนึกถึงการเติบโตของหญิงสาวคนนึงที่ เติบโตจาก นักร้องเพลง Country ที่สื่อความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา จนมาถึงปัจจุบันที่เพลงมีความเป็น Alternative และ Pop มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นซาวน์ของความเป็น Country นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ Brand Taylor Swift นั้น สามารถเชื่อมโยงกับแฟนเพลงได้หลากหลายสไตล์


เรียนรู้ Brand Experiences:

นอกเหนือจาก Brand Characteristics แล้ว เราได้เห็นสิ่งที่ต่างๆ ที่ Taylor Swift ทำกับแฟนเพลงของเธอ ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ว่าก็ล้วนเป็นการสร้างประสบการณ์ และเป็นการสร้าง “Touch Point” ที่ยิ่งตอกย้ำความเป็นคน “Caring และ Sentimental” ในการดูแลประสบการณ์และความรู้สึกของแฟนเพลง


  1. Taylor Swift เปลี่ยนระบบการซื้อตั๋วเพื่อมอบความสะดวกให้กับแฟนๆ ของเธอ โดยที่เธอเปลี่ยนระบบให้คุณต้องซื้อตั๋วคอนเสิร์ตของเธอผ่าน Ticket Master นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะซื้อได้ คุณต้องยืนยันชื่อ นามสกุลก่อนจะซื้อตัวเพื่อป้องกันการขโมยตั๋วจากผู้อื่นหรือผู้ที่นำไปขายต่อในราคาแพงๆ

  2. Taylor Swift มอบประสบการณ์ที่ดีต่อแฟนเพลงของเธอ ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ของเธอแค่คอนเสิร์ตเท่านั้น แต่เธอยังดูแล เอาใจใส่แฟนๆ ของเธอทั้งออนไลน์ และต่อหน้า ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาตอบข้อความบน Instagram ของเธอต่อแฟน ๆเพราะว่า Taylor Swift อยากมีส่วนร่วมกับแฟนเพลง ด้วยวิธีการนี้แฟนเพลงหรือผู้ติดตามจึงเกิด Loyalty มากขึ้น

  3. Taylor Swift มีลูกเล่นในการปล่อยเพลงบน Platform Online Instagram เวลาที่ Taylor Swift จะโปรโมตเพลงใดในอัลบั้ม เธอมักจะค่อยๆ ปล่อยคำใบ้ของเพลง ปล่อยทีเซอร์ เพื่อสร้างความประทับใจแก่แฟนๆ และให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมจากแคมเปญของเธอบน Instagram อีกด้วย และนั้นทำให้ Taylor Swift มีเพลงติดชาร์ตและฮิตตลอดเวลา


เมื่อเราพูดถึงการเปิดตัวเพลงใหม่ๆ ของเธอนั้น NEO ACADEMY เห็นว่าทุกครั้งที่ Taylor Swift จะปล่อยเพลงจนกระทั่งเพลงเปิดตัว เธอจะให้เหล่าแฟนเพลงของเธอเข้ามามีบทบาทร่วมด้วย และเพลงของเธอมักจะนำเสนอเรื่องราวการอกหัก รักครั้งใหม่ หรือการใช้ชีวิตของเธอทั้งนี้การนำเสนอเรื่องราวของ Taylor Swift นั้นไม่เพียงแต่อยู่ในเพลงด้วย แต่รวมไปถึง Music VDO เบื้องหลังการถ่ายทำ เพื่อให้เหล่าแฟนเพลงของเธอได้เกิดการมีส่วนร่วม และเธอก็มองว่าเหล่าแฟนเพลงจะบอกเรื่องราวของเพลงให้ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยปากต่อปาก


ซึ่งจะเห็นได้ว่าการสร้างแบรนด์ของ Taylor Swift นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ Logo หรือภาพพจน์ของเธอเท่านั้นแต่เธอยังใส่อารมณ์ร่วมเข้าไปในแบรนด์ เช่นเดียวกันแบรนด์ที่เราจะก่อสร้างขึ้นมาควรมีอารมร์ร่วมกับผู้บริโภค การมีคาแรคเตอร์ การมี Emotion เข้ามามีส่วนร่วมด้วยจะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่น่าพูดถึงมากขึ้น และในวันหนึ่งเมื่อคุณทำไปเรื่อย ๆไม่แน่แบรนด์ของคุณอาจจะดังข้ามโลกเหมือน Taylor Swift ก็เป็นได้


สำหรับท่านไหนที่สนใจการสร้างแบรนด์ NEO ACADEMY เปิดคอร์ส Mini MBA: Branding & Communication Management โดยจะแบ่งเป็น


Course Highlight

  • สร้างแบรนด์ให้ยั่งยืนอย่างมีกลยุทธ์ หากคุณเน้นแต่ขายแต่ขาดเป้าหมายอันสูงสุด แบรนด์ของคุณอาจดับได้ไม่รู้ตัว มาเรียนรู้วิธีการสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่าและน่าจดจำ เพื่อให้แบรนด์อยู่ได้นานกว่าที่เคยเป็น

  • สื่อสารแบรนด์ได้โดนใจ อย่าสื่อสารผิดจนชีวิตเปลี่ยน!!! มาร่วมเรียนรู้และวิเคราะห์วิธีการวางกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ (ทั้งภายในและภายนอก) เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและทรงพลังมากที่สุด

  • ออกแบบอัตลักษณ์ได้โดดเด่น หากแบรนด์ไม่เด่น ไม่เตะตา ก็ไม่มีคนจดจำ ร่วมฝึกและทำการออกแบบอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์อย่างมีเอกลักษณ์แบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

  • สร้างประสบการณ์แบบขั้นสุด แบรนด์ที่ดีไม่ใช่แค่โดดเด่นแต่จำเป็นต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ร่วมเรียนรู้กับหลากหลายวิธีในการสร้างประสบการณ์แบบขั้นสุดให้กับลูกค้า

  • เล่าเรื่องอย่างตราตรึงใจผ่านการทำ Content เผยเทคนิคการทำ Brand Storytelling ผ่านรูปแบบ Content Marketing ที่โดนใจผู้ฟัง

  • จัดเต็มด้วย Case Study และ Workshop อัดแน่นไปด้วยกรณีศึกษาและการทำ Workshop เพื่อให้คุณออกแบบ Brand Book ที่ไม่เหมือนใคร

  • พิเศษกับ Session : Brand Owner Talk พูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์กับเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ ให้แนวคิดการสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจ Start-Up ในยุคดิจิทัล


Source :


386 views0 comments

Comentarios


bottom of page